พีทีที โกลบอล เคมิคอล จับมือ พีที เปอร์ตามิน่า (Persero) ลงนาม JV ขยายตลาดโพลิเมอร์สู่อินโดนีเซีย

พีทีที โกลบอล เคมิคอล และ พีที เปอร์ตามิน่า (Persero) บริษัทน้ำมันแห่งชาติอินโดนีเซีย ลงนามสัญญาร่วมทุนจัดตั้งบริษัทเพื่อทำตลาดและการค้า ขยายตลาดโพลิเมอร์ในอินโดนีเซีย รองรับประชากรกว่า 250 ล้านคน พร้อมปูทางสร้างฐานการตลาดสำหรับปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ระดับโลก ที่มีเป้าหมายแล้วเสร็จใน ปี พ.ศ. 2561

(16 ธ.ค. 2556, โนโวเทล สุวรรณภูมิ) นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (Bowon Vongsinudom, CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ นายฮานุง บุดยา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการค้าและการตลาด (Mr. Hanung Budya, Director - Marketing & Trading) พีที เปอร์ตามิน่า (Persero) ร่วมลงนามสัญญาร่วมทุนเพื่อการทำตลาดและการค้า (Marketing and Trading Joint Venture Agreement) โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทร่วมในพิธีลงนาม

นายบวร วงศ์สินอุดม กล่าวว่า "การลงนามสัญญาร่วมทุน ในวันนี้ เป็นอีกความก้าวสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตสำหรับ PTTGC และ PERTAMINA ได้ร่วมกันพัฒนาตลาดการค้าและธุรกิจ ปิโตรเคมีในอินโดนีเซีย ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความก้าวหน้าจากการร่วมกันดำเนินงานของทั้งสองบริษัท และรู้สึกประทับใจกับโครงการต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการรวมพลังและความร่วมมือกันระหว่างบริษัท PTTGC และ Pertamina เพื่อให้การร่วมทุนสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีในทุกเรื่อง โดยเฉพาะการสร้างประโยชน์แก่กลุ่มลูกค้าชาวอินโดนีเชีย นอกจากนี้ การจัดทำแผนธุรกิจของบริษัทร่วมทุนยังมาจากข้อมูลการสำรวจตลาดที่ได้ดำเนินการร่วมกันอย่างจริงจังมาก่อนหน้านี้"

"จากการลงนาม HOA เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา PTTGC ได้สนับสนุน เปอร์ตามิน่า ในการนำผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ของบริษัทฯ ไปใช้ในกิจกรรมทางการตลาดในอินโดนีเซีย และยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลการตลาดและความรู้เกี่ยวกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ เพื่อการขยายตลาด เพิ่มความก้าวหน้าในธุรกิจปิโตรเคมีของเปอร์ตามิน่า โดยบริษัทร่วมทุนจะมีการเพิ่มปริมาณขายสินค้าจาก PTTGC อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขยายประเภทผลิตภัณฑ์ที่ทำการตลาด ได้แก่ โพลิโพรพิลีน ซึ่งผลิตในโรงงานที่ Plaju ของเปอร์ตามิน่า เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้าและสร้างความมั่นคงทางการตลาดในประเทศอินโดนีเซีย" นายบวร กล่าว

นายฮานุง บุดยา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการค้าและการตลาด (Mr. Hanung Budya, Director - Marketing & Trading) พีที เปอร์ตามิน่า (Persero) กล่าวว่า "ตามที่ คาเรน อากุสเตียวัน - CEO ได้กล่าวในพิธีลงนาม HoA เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมาว่า อินโดนีเซียมีศักยภาพทางธุรกิจที่ดีที่สุดสำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในภูมิภาคนี้ ขนาดของความต้องการในปัจจุบัน ทำให้เราต้องนำเข้าสินค้ามูลค่ามากกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี การลงนามก่อตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อการตลาดและการค้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและโพลิเมอร์นี้ เป็นความภาคภูมิใจ และสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตในธุรกิจขั้นปลายของเปอร์ตามิน่า โดยเฉพาะธุรกิจปิโตรเคมีอย่างชัดเจน"

"การมี PTTGC เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เราเชื่อมั่นว่าจะได้รับการแบ่งบันประสบการณ์ที่แข็งแกร่งทางธุรกิจและสนับสนุนให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ ผมชื่นชม ยกย่อง และมีความไว้วางใจต่อ PTTGC จากการที่เราได้ร่วมกันทำงานอย่างจริงจังต่อเนื่องในกรอบระยะเวลาอันจำกัดความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายได้นำมาซึ่งความสำเร็จที่สำคัญอีกก้าว" นายฮานุง กล่าว

ก่อนหน้านี้ PTTGC และ PERTAMINA ได้มีการลงนามข้อตกลงเบื้องต้นในการร่วมทุนทำการผลิต (Manufacturing Joint Venture - Heads of Agreement) เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2556 ณ กรุงจาการ์ต้า การลงนามสัญญาเพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนการทำตลาดและการค้า (Marketing and Trading Joint Venture Agreement) ในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มยอดขายและช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มโพลิเมอร์สู่ตลาดอินโดนีเซีย ตลอดจน บริษัทร่วมทุนสามารถให้บริการและทำความเข้าใจให้เข้าถึงลูกค้าได้ดีขึ้นก่อนที่จะมีการร่วมพัฒนาปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในอินโดนีเซีย สัญญาร่วมทุนที่ได้ลงนามแล้ว จะมีการอนุมัติตามระเบียบข้อบังคับของอินโดนีเซียต่อไป เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2557

พีที เปอร์ตามีน่า เป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศอินโดนีเซีย ที่ถือหุ้นโดยรัฐบาลอินโดนีเซีย มีโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนและมีขนาดธุรกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ในเอเซีย โดยมีกำลังการกลั่นน้ำมันมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ เปอร์ตามีนา มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ

พีทีที โกลบอล เคมิคอล เป็น บริษัทผู้นำด้านเคมีภัณฑ์ ในกลุ่ม ปตท. มีกำลังการผลิตเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี รวม 8.72 ล้านตันต่อปี และมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบและคอนเดนเสทรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์และทิศทางการลงทุนในการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจปัจจุบัน และขยายธุรกิจต่อเนื่องสู่ภูมิภาคและผลิตภัณฑ์ใหม่ ด้วยการร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บริษัทฯ ขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ