พีทีที โกลบอล เคมิคอล ก้าวไปอีกขั้น จับมือ Pertamina สร้างปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ระดับโลกในอินโดนีเซีย

(10 ธ.ค. 2556, จาการ์ตา อินโดนีเซีย) พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และ PT Pertamina (Persero) บริษัทน้ำมันแห่งชาติอินโดนีเซีย ประกาศลงนามร่วมทุน - Heads of Agreement (Manufacturing JV- HoA) เพื่อร่วมกันศึกษาการลงทุนขั้นสุดท้ายในการสร้างปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ระดับโลกในอินโดนีเซีย โดยมีเป้าหมายดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ ปี 2018 (พ.ศ. 2561)

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของประเทศไทย และ พีที เปอร์ตามิน่า บริษัทน้ำมันแห่งชาติของอินโดนีเซีย พัฒนาความร่วมมือไปอีกขั้น สู่การลงนามร่วมทุนด้านการผลิต (Manufacturing JV- HoA) ประกาศเจตนารมณ์ร่วมศึกษาการสร้างปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ระดับโลกในประเทศอินโดนีเซีย อันเป็นความก้าวหน้าต่อเนื่องจากการลงนามเป็นพันธมิตรในการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลงนาม HoA เมื่อเดือนเมษายน 2556 ที่ผ่านมา

การลงนามร่วมทุนด้านการผลิตในครั้งนี้ (JV-HOA) วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดหลักการกิจการร่วมค้าที่ได้ตกลงกันและขอบเขตการลงทุน พร้อมทั้งช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถสรุปรายละเอียดโครงการภายในต้นปี2014 ก่อนที่จะมีการศึกษารายละเอียดความเป็นไปได้ของ bankable และ Front End Engineering design (FEED) เปอร์ตามิน่าและพีทีทีจีซี ได้บรรลุความเข้าใจร่วมของโครงการ รวมถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ รูปแบบการลงทุนที่ได้ประโยชน์และมีศักยภาพแข่งขันได้ และทำเลที่เหมาะสม รวมทั้งความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัท ที่จะเพิ่มพูนศักยภาพในการแข่งขันของโครงการร่วมทุน โดยจะนำไปสู่การตัดสินใจในการลงทุนขั้นสุดท้ายที่กำหนดไว้ในปี พ ศ 2558

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เข้าร่วมทำการสำรวจและศึกษาตลาดโพลิเมอร์ในอินโดนีเซียผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายและกิจกรรมการตลาดของทั้งสองบริษัท ผลของข้อมูลการศึกษาตลาดที่ได้ถูกนำมาพิจารณาร่วมกับข้อมูลด้านเทคนิค และนำไปสู่การออกแบบโครงสร้างปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์เบื้องต้น ซึ่งจะสอดคล้องตามเจตนารมณ์ของทั้งสองฝ่ายที่ปรารถนาให้โครงการนี้ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนอินโดนีเซียและสังคมที่พอเพียง

ความต้องการของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในประเทศอินโดนีเซียมีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตยังคงอยู่ในระดับสูง และคาดว่ามูลค่าตลาดปิโตรเคมีของอินโดนีเซีย จะเพิ่มสูงถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2018 (พ.ศ.2561) ซึ่งโครงการร่วมทุนนี้ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาด (Market share) อยู่ที่สัดส่วนร้อยละ 30 หลังจากโรงงานปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2018 ไปแล้ว ปัจจุบัน กำลังการผลิตของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในอินโดนีเซียยังคงไม่เพียงพอกับความต้องการในอุตสาหกรรม ส่งผลให้มีการนำเข้าเป็นเงินจำนวนมากถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี

นางคาเรน อากัสเทียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีที เปอร์ตามิน่า กล่าวว่า "การประกาศความร่วมมือในวันนี้ เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นของเปอร์ตามีน่า ที่จะร่วมมือกับ PTTGC เพื่อการร่วมลงทุนโครงการปิโตรเคมี อันมีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจปิโตรเคมีปลายน้ำในประเทศอินโดนีเซีย โดย เปอร์ตามีน่า มีความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ ทำเลสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งโรงงาน อันจะทำให้การลงทุนโครงการมีศักยภาพการแข่งขัน และมีประสิทธิภาพ"

"เปอร์ตามีน่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่มี PTTGC มาเป็นพันธมิตรของเรา ด้วยปัจจัยด้านประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความสำเร็จของ PTTGC ที่ผ่านมา รวมทั้งวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศที่มีความใกล้เคียงกัน เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความสำเร็จจากความร่วมมือในระยะยาว โดยเราจะร่วมกันสร้าง Flagship ปิโตรเคมีของอินโดนีเซียให้เกิดขึ้น" นางคาเรน กล่าว

นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "นับตั้งแต่การลงนามความร่วมมือ HoA เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา เราได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนโครงการในเบื้องต้น ซึ่งปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ที่จะจัดสร้าง ประกอบด้วย โรงแครกเกอร์ ที่มีกำลังการผลิตระดับโลก (World scale Cracker) เชื่อมโยงถึงธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลายน้ำ ในขั้นตอนต่อจากนี้ เราจะร่วมกันศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดมากขึ้น รวมทั้งการเลือกสถานที่ตั้งปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบในทางเศรษฐกิจ และการแข่งขัน"

"PTTGC ให้ความสำคัญกับการจับมือเป็นพันธมิตรกับ เปอร์ตามีน่า เพื่อสนองตอบต่อความเติบโตในศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม AEC ในขณะที่ PTTGC มีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทางเปอร์ตามีน่า ก็มีความเข้มแข็งในการเข้าถึงลูกค้าและตลาดภายในประเทศ จึงเป็นคู่พันธมิตรทางธุรกิจที่เกื้อหนุน ส่งเสริมกัน และสามารถนำมาซึ่งความสำเร็จ และการลงทุนที่มีศักยภาพ" นายบวร กล่าว

PTTGC และ PERTAMINA มีเป้าหมายในการศึกษารายละเอียดโครงการลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ให้ได้ผลสรุปภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2014 เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการแล้วเสร็จในปี 2018 นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทมีกำหนดลงนามร่วมทุน (Joint Venture) ในด้าน Marketing และ Trading สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ เพื่อทำการตลาดและจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียในเร็ว ๆ นี้

พีที เปอร์ตามีน่า เป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศอินโดนีเซีย มีโรงกลั่นน้ำมัน 5 โรง โดยมีกำลังการกลั่นประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ในเอเชีย ด้วยศักยภาพอันแข็งแกร่งในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นนี้ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในทรัพยากรธรรมชาติของอินโดนีเซีย

พีทีที โกลบอล เคมิคอล เป็น แกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ ในกลุ่ม ปตท. ปัจจุบัน มีกำลังการผลิตเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมีรวม 8.72 ล้านตันต่อปี และมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบและคอนเดนเสทรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialties Chemical) และธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green) โดยการร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสนับสนุนให้บริษัทฯ ขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ