CEO ใหม่ พร้อมนำ พีทีที โกลบอล เคมิคอล ก้าวสู่บริษัทชั้นนำในเอเชีย

นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) กล่าวว่า ในปี 2556 นี้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน ส่งผลกระทบต่อความ ไม่มั่นคงของเศรษฐกิจไทย แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถดำเนินการผลิตได้อย่างมีเสถียรภาพ และราคาผลิตภัณฑ์ ปิโตรเคมีอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จึงคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับการดำเนินงานระยะต่อไป จะยังคงมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการผลิต โดยอาศัยความพร้อมและความเข้มแข็งของห่วงโซ่ธุรกิจที่บริษัทฯ มีอยู่ พร้อมกันนี้ จะเร่งสานต่อโครงการลงทุนในต่างประเทศที่สำคัญ อาทิ

  • ความร่วมมือกับ บริษัท Sinochem ของประเทศจีน เพื่อร่วมกันศึกษาโอกาสในการร่วมมือขยายธุรกิจ ปิโตรเคมี ทั้งการลงทุนตั้งโรงงาน และการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ในประเทศจีน ซึ่งยังมีความต้องการและเติบโตสูง
  • PTTGC และ บริษัท Pertamina ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ ในการสร้าง Petrochemical Complex ที่มีกำลังการผลิตระดับ World Scale และสายโซ่การผลิตครบวงจรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ

การร่วมทุนธุรกิจและเป็นพันธมิตรกับบริษัทระดับชาติของประเทศจีนและประเทศอินโดนีเซียดังกล่าว ซึ่งเป็น โอกาสสำคัญที่บริษัทฯ จะสามารถเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ และความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยนำบริษัทฯ สู่การเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีในภูมิภาคเอเชีย

ในปี 2556 ยุทธศาสตร์การเติบโตของบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญต่อการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน โดยบริษัทฯ ได้นำระบบ GC OEMS (GC Operational Excellence Management System) หรือ ระบบการบริหารจัดการเพื่อผลักดันและยกระดับผลการปฏิบัติงาน ในด้าน Safety, Health & Environment, Reliability, Energy Efficiency และ Cost มาใช้เพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศในระดับ World Class อย่างยั่งยืน

ในปีนี้ PTTGC เป็น 1 ใน 3 บริษัทไทยที่ได้รับการคัดเลือกจาก S&P Dow Jones ผู้จัดทำกลุ่มดัชนี Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ให้เข้าเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีแห่งความยั่งยืนของดาวโจนส์ ซึ่งเป็นดัชนีประเมินความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ช่วยเพิ่มความน่าสนใจในสายตาของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า บริษัทมีการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างผลประกอบการที่ดีส่งผลให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน นำไปสู่การสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ลงทุนใน ระยะยาว

นอกจากนี้ PTTGC ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 18 ของโลก จากการจัดอันดับ ICIS Top 100 Chemical Companies 2013 โดย ICIS สำนักข่าวออนไลน์ชั้นนำในธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ที่ได้รับการยอมรับจากนักธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องทั่วโลก โดยเลื่อนจากอันดับที่ 24 ในปีที่ผ่านมา ด้วยผลประกอบการที่โดดเด่นโดย บริษัทฯ มีรายได้ 18,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 นับเป็นบริษัทเดียวในประเทศอาเซียน ที่ติดอยู่ใน Top 20