ฉบับที่ 10 รายงานความคืบหน้าการระงับเหตุท่อรับน้ำมันดิบรั่วในทะเล ห่างจากชายฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร

บริษัท ฯ ขอรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าเหตุท่อรับน้ำมันดิบขนาด 16 นิ้วรั่ว ที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบ (Single Point Mooring) ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ขณะกำลังมีการส่งน้ำมันมายังโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 เวลา 06.50 น. ดังนี้

เมื่อคืนวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ร่วมกับกำลังพลจากกองทัพเรือ ปฎิบัติการกำจัดคราบน้ำมันบริเวณด้านใต้ของอ่าวพร้าวตลอดทั้งคืน ผลการปฎิบัติการสามารถขจัดคราบน้ำมันดิบจุดดังกล่าวได้เกือบหมด สภาพของน้ำทะเลและชายหาดอ่าวพร้าวโดยรวมในเช้าวันนี้ (1 สิงหาคม 2556) น้ำทะเลและชายหาดเป็นทรายปกติ มีคราบน้ำมันเหลือปริมาณน้อยลงมาก

การปฏิบัติการในวันที่ 1 สิงหาคม 2556 พนักงานจิตอาสา PTTGC เริ่มปฏิบัติงานต่อตั้งแต่เช้าร่วมกับกำลังพลจากกองทัพเรือซึ่งเข้าช่วยเหลือตั้งแต่เกิดเหตุ วันนี้กองทัพเรือส่งกำลังพลมาช่วยปฎิบัติการ 300 นาย โดยมีจิตอาสาจากพันธมิตรและผู้มีจิตอาสาจากหลายหน่วยงานเข้ามาสมทบ ได้แก่ บมจ. ปตท. 60 คน สมาคมเพื่อนชุมชน 20 คน อสม. 50 คน อพปร.(ระยอง) 100 คน กรมอุทยานฯ 40 คน บมจ. ไออาร์พีซี 50 คน และพนักงานกลุ่มบริษัท PTTGC 340 คน และจิตอาสากลุ่มต่างๆ อีกหลายกลุ่ม รวมจำนวนจิตอาสาที่มาช่วยปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันวันนี้ กว่า 1,000 คน

บริษัทฯ ขอแสดงความขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐเป็นอย่างดีทั้งในการขจัดคราบน้ำมันและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม บริษัทฯ ร่วมกับจังหวัดระยอง กรมเจ้าท่า กองทัพเรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้มีการร่วมประสานงานอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัดคราบน้ำมันให้หมดเป็นภารกิจเร่งด่วนก่อน ในบริเวณชายหาด ยังคงทำการวางแนวบูมดูดซับน้ำมัน (Absorbent Boom) จากชายหาดลงไปในทะเล เพื่อให้สามารถดูดซับน้ำมันได้มากยิ่งขึ้นทั้งที่หัวอ่าวและท้ายอ่าวพร้าวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันกระจายออกไปนอกอ่าว นอกจากนี้ มีการใช้ Vacuum Truck นำน้ำมันดิบ (Oil Slick) ที่เก็บขึ้นมาออกจากบริเวณอ่าวพร้าวไปรวบรวมไว้เพื่อนำไปกำจัดตามมาตรฐานต่อไป

สำหรับมาตรการกำจัดคราบน้ำมันที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในทะเลบางส่วน ได้ใช้เรือทำการฉีดน้ำยาสลายคราบน้ำมัน พร้อมทั้งใช้เครื่องมือดักจับคราบน้ำมัน และอุปกรณ์เก็บคราบน้ำมัน พร้อมนี้ ได้จัดทำแผนการขนส่งคราบน้ำมันไปกำจัดให้รวดเร็วขึ้น

การปฏิบัติการทางเรือ ยังคงใช้เรือของ PTTGC จำนวน 6 ลำ และเรือของพันธมิตรที่เข้าสนับสนุน ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 รวมเป็นจำนวน 8 ลำ ทำการวางบูมกั้นคราบน้ำมันอีก 2 จุด พร้อมทั้งจัดเรือตรวจรอบเกาะตลอด 24 ชั่วโมง

มาตรการในการเฝ้าระวังผลกระทบต่อชุมชนนั้น ผู้บริหารและทีมชุมชนสัมพันธ์ยังคงลงพื้นที่ดูแลสถานการณ์และชี้แจงชุมชน เพื่อพบปะพูดคุยและให้ข้อมูลการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งทำการเก็บข้อมูลผลกระทบ และข้อกังวลต่างๆ ของชุมชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ และบุคคลทั่วไปบนเกาะเสม็ดและหาดต่างๆ ทุกวันอย่างต่อเนื่อง รวบรวมข้อมูลร้องเรียนหรือปัญหาความเดือดร้อนร่วมกับศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของจังหวัดระยอง พร้อมทั้ง จัดทีมสำรวจผลกระทบทั้งทางบก และทางน้ำ ตั้งแต่หาดสวนสน ก้นอ่าว หาดหินขาว เขาแหลมหญ้า หาดแม่รำพึง นอกจากนี้ยังทำการสำรวจเฝ้าระวังใต้น้ำโดยทีมนักประดาน้ำของ PTT Group SEAL โดยการสำรวจทุกวิธีนี้จะทำการสำรวจทุกวัน และได้จัดทีมสำรวจขึ้นถ่ายภาพทางอากาศโดยใช้เครื่องร่อน Para glider ทำการสำรวจและถ่ายภาพทางอากาศเพื่อเฝ้าระวังและสร้างความมั่นใจในผลของการสำรวจผลกระทบอีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับการติดตามวิเคราะห์ผลกระทบอื่นๆ นั้น บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมประมง โดยจะทำการเก็บตัวอย่างปลาและสัตว์น้ำตามจุดต่างๆ รอบเกาะเสม็ด เพื่อส่งไปตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนทุกวัน และยังได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม การท่องเที่ยวและอาชีพที่เกี่ยวเนื่องทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อไป