ฉบับที่ 8 ความคืบหน้าเหตุท่อรับน้ำมันดิบรั่วในทะเล ห่างจากชายฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร

ตามที่ได้เกิดเหตุท่อรับน้ำมันดิบขนาด 16 นิ้วรั่ว ที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบ (Single Point Mooring) ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ขณะกำลังมีการส่งน้ำมันมายังโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 เวลา 06.50 น. นั้น

บริษัท ฯ ขอรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าดังนี้ นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า เดินทางมาร่วมประชุมกับผู้บริหาร PTTGC และได้ร่วมสั่งการเพื่อดำเนินการกำจัดคราบน้ำมันในวันนี้ (30 กรกฎาคม 2556) ดังนี้

กำหนดจัดชุดแบ่งพื้นที่ดำเนินการออกเป็น 3 พื้นที่ คือ

  1. ชุดพื้นที่จัดเก็บขยะตามแนวชายหาด โดยหน่วยงานกองทัพเรือ จำนวน 100 นาย
  2. ชุดพื้นที่จัดเก็บคราบน้ำมันตามแนวชายหาด โดยใช้วิธิตักใส่ Bulk โดยหน่วยงานกองทัพเรือ จำนวน 100 นาย อาสาสมัคร (อส) จำนวน 60 คน
  3. ชุดพื้นที่ขนย้ายขยะที่จัดเก็บแล้วลำเรียงใส่รถ โดยพนักงานPTTGC และอาสาสมัครที่เหลือประมาณ 80 -100 คน

โดยรวมในวันนี้ บริษัทฯ ได้ระดมเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ กำลังพลจากหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ บริษัทSPRC และอีกอาสาสมัครจังหวัดระยอง มีกำลังพลที่เข้ามาร่วมปฏิบัติการโดยรวมเป็นจำนวนประมาณ 500 คน

เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว. กระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาตรวจการที่เกาะเสม็ด พร้อมด้วย นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ พีทีที โกลบอล เคมิคอล เพื่อประชุมรับฟังสรุปเหตุการณ์การปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมัน จากผู้บริหารของบริษัทฯ โดย รมว. กระทรวงพลังงาน กล่าวแสดงความพอใจในการแก้ปัญหาของบริษัทฯ พร้อมได้ให้นโยบายสำคัญในเรื่องการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ปะการัง โขดหินริมหาด พร้อมทั้งให้ตั้งหน่วยเฝ้าระวัง โดยอาจร่วมมือกับสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ได้แสดงความเป็นห่วงว่าการทำงานบางครั้งอาจกระทบการท่องเที่ยว ซึ่งในความเป็นจริงพื้นที่เกิดปัญหาเป็นส่วนน้อยของเกาะเสม็ด ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่อีกกว่า 90% นักท่องเที่ยวยังสามารถมาชมความสวยงามได้เหมือนเดิม ประการสำคัญ ได้ให้ PTTGC ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น และป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า การขจัดคราบน้ำมันน่าจะแล้วเสร็จในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากพื้นที่เกิดปัญหามีเพียง 5-6 % ของพื้นที่เกาะเท่านั้น จากการสำรวจ พบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังอยู่ ตอนนี้เราประกาศให้พื้นที่ที่เกิดปัญหาเป็นเขตแจ้งเตือนภัยเท่านั้น หลังจากนี้จะเป็นระดมความร่วมมือจากทุกหน่วยงานเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ พีทีที โกลบอล เคมิคอล กล่าวว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์ที่เราไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทฯ จะต้องฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับคืน และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอีก PTTGC ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งอยากฝากให้ช่วยกันให้ข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างที่ท่าน รมว. พลังงานกล่าว

ด้านนายอนนต์ สิริแสงทักษิณ CEO พีทีที โกลบอล เคมิคอล กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทฯ พร้อมเยียวยาผลกระทบและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของอ่าวพร้าวให้กลับคืนอย่างเร็วที่สุด

ในส่วนของการปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันนั้น นายบวร วงศ์สินอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ พีทีที โกลบอลเคมิคอล กล่าวถึงแผนฟื้นฟูระยะยาว ว่า จะร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษในการจัดทำแผนงานฟื้นฟูด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล บริษัทฯ ตั้งใจฟื้นฟูสภาพให้กลับคืนเหมือนเดิม โดยเร็วที่สุด

เมื่อเวลา 16.40 น. นายพ้อง ชีวานันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยพลเรือโท รุ่งศักดิ์ เสรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาค 1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมเพื่อรับฟังการปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันด้วย

การปฎิบัติการขจัดคราบน้ำมันของบริษัทฯ ในวันนี้ (30 กรกฎาคม 2556) ทางเรือ ได้ทำการจัดเก็บ ฉีดน้ำยาและดำเนินกระบวนการสลายคราบน้ำมัน โดยมีเรือของ PTTGC จำนวน 7 ลำ และเรือของพันธมิตรที่เข้าสนับสนุน ได้แก่ กรมเจ้าท่า 1 ลำ บริษัท ไออาร์ พีซี จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 ลำ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 รวมเป็นจำนวน 12 ลำ นอกจากนี้ ได้เพิ่มมาตรการณ์ป้องกันโดยมีการวางบูมกั้นคราบน้ำมันอีก 3 จุด