ความคืบหน้าเหตุท่อรับน้ามันดิบรั่วในทะเล

ตามที่ได้เกิดเหตุท่อรับน้ำมันดิบขนาด 16 นิ้ว รั่วที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบ (Single Point Mooring) ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ขณะกำลังมีการส่งน้ำมันมายัง โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เมื่อเวลา 06.50 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 นั้น

นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการสกัดกั้นและกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วจากระบบท่อรับน้ำมันดิบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล โดยคำนึงถึงความรวดเร็วและปลอดภัยในการดำเนินงาน รวมทั้งการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2556 เวลาประมาณ 22.00 น. ได้พบว่า มีคราบน้ำมันบางส่วนไปถึงบริเวณชายหาดเกาะเสม็ด ซึ่งบริษัทฯได้จัดส่งทีมเฝ้าระวังเข้าไปในพื้นที่โดยทันที จนถึงเช้าวันนี้ (29 กรกฎาคม2556) บริษัทฯ ได้กั้นบูมเพื่อจำกัดบริเวณการแพร่กระจายของน้ำมัน โดยมีทีมงานของบริษัทฯ จานวน 200 คน สมทบกับทหารจากกองพันทหารราบที่ 7 หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานขอกำลังมาทำการเก็บคราบน้ำมันให้ได้มากที่สุด โดยบริษัทฯ จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างดีที่สุด ในการเก็บคราบน้ำมันและลดผลกระทบที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด พร้อมกันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยในวันนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง คุณวิชิต ชาตไพสิฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณวิเชษฐ์ เกษมทองศรี ได้เดินทางไปดูสถานการณ์ในพื้นที่ด้วยตนเอง นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน ได้ให้นโยบายแก่บริษัทฯ ในการเร่งดำเนินการกำจัดคราบน้ำมัน พร้อมทั้งดูแลรับผิดชอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

สำหรับมาตรการเพิ่มเติมในขณะนี้คือ การวางบูมที่หัวและท้ายอ่าวพร้าวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันกระจายออกไปนอกอ่าว พร้อมทั้งให้เรือทำการฉีดน้ำยาสลายคราบน้ำมันเพิ่มเติมที่กลุ่มน้ำมันที่ลอยอยู่หน้ำอ่าวขามและอ่าวน้อยหน่า อีกด้วย นอกจากนี้บริษัทกำลังส่งเครื่องมือดักจับคราบน้ำมัน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับเก็บคราบน้ำมันไปเพิ่มเติมให้กับทีมงานที่กำลังขจัดคราบน้ำมันอย่างสุดความสามารถ ซึ่งบริษัทจะดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อขจัดคราบน้ำมันให้หมดไปให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งจะให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างดีที่สุดทั้งในการขจัดคราบน้ำมันและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมต่อไป สำหรับความเสียหายอยู่ระหว่างการประเมิน

นายอนนต์ กล่าวว่า บริษัทฯ จะทุ่มเทกำลังและทรัพยากรในการกอบกู้สภาพแวดล้อมให้คืนสู่สภาพเดิม และบริษัทฯ จะรับผิดชอบดำเนินการให้เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด