PTTGC reported 2Q/2012 net profits of Baht 851 million

พีทีที โกลบอล เคมิคอล ประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2/2555 มีกำไรสุทธิจำนวน 851 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้น 0.19 บาท

นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2/2555 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 851 ล้านบาท ปรับลดลงจาก ไตรมาสเดียวกันปีก่อนร้อยละ 90 เนื่องจาก ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยไตรมาส 2/2555 อยู่ที่ 106 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลงจากไตรมาส 2/2554 ที่ราคาเฉลี่ย 111 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล หรือลดลงร้อยละ 4 อันมีผลจากตลาดคลายความกังวลต่อปัญหาความไม่สงบในกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบ ประกอบกับอุปทานในตลาดโลกเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ปัญหาหนี้ยุโรปที่ยืดเยื้อและเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณชะลอตัวยังเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบตลอดไตรมาส ราคาน้ำมันดิบดูไบได้ลดต่ำถึงระดับ 93 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลในวันปิดไตรมาส 2/2555 ส่งผลให้บริษัทฯ เกิด Stock Loss จากการคำนวณจำนวน 5,073 ล้านบาท และค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 1,114 ล้านบาท

ในไตรมาส 2/2555 บริษัทฯ มีความก้าวหน้าในการลงทุนที่สำคัญ ประกอบด้วย

  1. การเข้าซื้อหุ้นร้อยละ 51 ของหุ้นทั้งหมด ในบริษัท Perstorp Holding France SAS จำนวนเงินประมาณ 124.8 ล้านเหรียญยูโร (ประมาณ 4,830 ล้านบาท) จากผู้ถือหุ้นเดิมและเปลี่ยนชื่อกิจการเป็น Vencorex Holding
  2. การเข้าร่วมลงทุนร้อยละ 50 ในบริษัท NatureWorks LLC จำนวนเงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4,572 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ได้มีการปรับสูตรราคาซื้อขายวัตถุดิบก๊าซธรรมชาติกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีผลกระทบต่อต้นทุนราคาวัตถุดิบประมาณ 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตันวัตถุดิบ หรือคิดเป็นร้อยละ 8

สำหรับผลการดำเนินงานตามกลุ่มธุรกิจ ในไตรมาส 2/2555 มีผลสรุป ดังนี้

Petroleum Product Group: : สามารถขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ทั้งสิ้น 17.74 ล้านบาร์เรล มีปริมาณขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2554 ร้อยละ 25 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2555 ร้อยละ 2 เนื่องจากสามารถเดินเครื่องหน่วย Condensate Rasidue Spliter (CRS) ได้เต็มกำลัง

กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสาธารณูปการ : Both aromatic plants achieved BTX utilization rate of 90%. However, the company can sell less aromatic products by 13% when compared to the same period last year. The sales decline was due attributed to the USA and China economic slowdown, which has caused midstream and downstream producers reduce their production rate. Asian and Chinese polyester producers have reduce their utilization to 65-70%, down from 75-80% during the same period last year.

กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ : โรงอะโรเมติกส์ทั้งสองโรงมีอัตราใช้กำลังการผลิต (BTX Utilization)ร้อยละ 90 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีปริมาณขายผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 13 เนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน ทำให้ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ขั้นปลายและขั้นกลางปรับลดอัตราการผลิต โดยเฉพาะผู้ผลิต Polyester ในภูมิภาคเอเชียและจีนได้ปรับลดอัตราการผลิตลงมาอยู่ในระดับ 65-70 % จาก 75-80 %

กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ : บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลัก มีอัตราการใช้กำลังการผลิตของกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ในไตรมาสนี้ ร้อยละ 89 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2/2554 ที่ร้อยละ 84 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2555 ที่ร้อยละ 86 เนื่องจากในไตรมาสนี้โรงโอเลฟินส์ของบริษัทฯ ไม่มีการหยุดเดินเครื่องทำให้สามารถผลิตได้อย่างเต็มที่ โดยราคาเอทิลีนเฉลี่ยในไตรมาสนี้เท่ากับ 1,146 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ปรับลดลงร้อยละ 11 จากไตรมาสที่ 2/2554 ที่ระดับ 1,291 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตันและลดลงร้อยละ 9 จาก ไตรมาส 1/2555 ที่ระดับ 1,251 เหรียญสหรัฐฯ

กลุ่มโพลิเมอร์ : จากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ลดลงทำให้ราคาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกลดลงตามไปด้วย โดยเม็ดพลาสติก HDPE มีปริมาณการขายลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2554 เม็ดพลาสติก LLDPE ราคาปรับตัวลดลงร้อยละ 3 จากไตรมาส 2/2554 ขณะที่ปริมาณขายเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 14 เม็ดพลาสติก LDPE มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8 และลดลงจากไตรมาส 1/2555 ร้อยละ 9 โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตร้อยละ 98 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2555 ที่ร้อยละ 71 เนื่องจากไตรมาสนี้ไม่มีแผนการหยุดผลิตโรงงาน LDPE ทำให้สามารถผลิตได้อย่างเต็มที่

กลุ่มผลิตภัณฑ์เอทิลีนออกไซด์ : ผลการดำเนินงานโดยรวมดีขึ้นจากไตรมาส 2/2554 และไตรมาส 1/2555 แม้ว่าราคาผลิตภัณฑ์ในไตรมาส 2/2555 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,149 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ปรับตัวลดลงจาก ไตรมาส 2/2554 ที่ราคา 1,300 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ลดลงร้อยละ 13 แต่ปริมาณขาย MEG ในไตรมาส 2/2555 เพิ่มขึ้นร้อยละ 64 จากไตรมาส 2/2554 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากไตรมาส 1/2555

สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ได้ดังนี้

ไตรมาส 2 ไตรมาส 2 ไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น (ลดลง) เพิ่มขึ้น (ลดลง)
(หน่วย : ล้านบาท) ปี 2555 ปี 2554 ปี 2555 ปี-ปี ไตรมาส-ไตรมาส
รายได้จากการขาย 139,241 133,202 133,666 5% 4%
EBITDA 6,705 15,440 14,610 -57% -54%
กำไรสุทธิ 851 8,778 9,852 -90% -91%
กำไรสุทธิ บาท/หุ้น 0.19 1.95 2.19 -90% -91%