ภาครัฐ-เอกชน (PPP) จับมือพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ แม่สอด จ.ตาก เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน วิสาหกิจอุตสาหกรรมพลาสติกไทยสู่ตลาดโลก

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเป็นประธานร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินธุรกิจ ระหว่าง บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) - SPI โดย นายบุณยสิทธิ์  โชควัฒนา ประธานกรรมการ  และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) - PTTGC โดย นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ  และ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดย นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ    

นายบุณยสิทธิ์  โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการลงนาม MOU ในครั้งนี้ เพื่อร่วมมือกันพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ.ตาก  ซึ่งมีความพร้อม ในด้านต่าง ๆ คือ สาธารณูปโภค-สาธารณูปการ  โลจิสติกส์ การคมนาคมขนส่ง แรงงาน และการสนับสนุน สิทธิพิเศษจากภาครัฐ ในด้านการลงทุนและส่งเสริมการขยายตลาดของสินค้าพลาสติก ภายในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของอุตสาหกรรมพลาสติกของประเทศไทย

ความร่วมมือในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สำหรับสินค้าวิสาหกิจ (Cluster) ของอุตสาหกรรมพลาสติกในเขตเศรษฐกิจพิเศษ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะให้การสนับสนุนผู้ผลิตในการหาตลาดและการกระจายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกัน

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือนี้ นับเป็นการผนึกพลังความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของผู้ผลิตปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภคชั้นนำรายใหญ่ของประเทศไทย ที่มีการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกจำนวนมาก รวมถึงมีการลงทุนด้านสวนอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จังหวัดตาก โดยจะร่วมมือในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทดแทนการนำเข้า ใช้วัตถุดิบในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทักษะความรู้ และการร่วมกันทดลองเดินเครื่องจักรและทดสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้พัฒนาร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การลดค่าใช้จ่าย ในกระบวนการผลิต  รวมถึงการดำเนินการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนการร่วมจัดทำ โครงการ CSR / CSV เพื่อตอบแทนชุมชนและสังคมด้วย

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางการพัฒนาคลัสเตอร์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกสินค้าไทยตามนโยบายของรัฐบาล ที่มองว่าปัจจุบันการส่งออกต้องพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้  การรวมตัวกันเป็นคลัสเตอร์พลาสติกในพื้นที่อำเภอแม่สอดนี้ นอกจากจะช่วยให้มีการพัฒนาสินค้าและสร้างบุคลากรในวิชาชีพเฉพาะ (Specialist) ที่รวดเร็ว สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้แล้ว ยังเป็นการสร้างเครือข่ายทางการค้าในตลาดอาเซียน ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงไปสู่ตลาดขนาดใหญ่อย่างอินเดียและจีนในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเข้าไปช่วยผลักดันการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกผ่านการค้าชายแดน ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังเป็นช่องทางให้กลุ่ม SME ไทยได้ใช้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานที่จะเกิดขึ้นใหม่ไปพร้อมกันอีกด้วย

“การบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จะช่วยสานความร่วมมือในการพัฒนาสินค้าและสร้างเครือข่ายการค้าเพื่อให้สามารถตอบโจทย์โลกการค้าปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมฯ จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งหากมีกลุ่มภาคเอกชนใดต้องการสร้างความร่วมมือในรูปแบบนี้สำหรับอุตสาหกรรมสินค้าหรือธุรกิจบริการในคลัสเตอร์อื่นๆเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืนต่อไป”  

สหภาพเมียนมาร์ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มประเทศ CLMV (ได้แก่กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ซึ่งในปี 2557 มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 8.5 ปัจจุบัน สหภาพเมียนมาร์ มีการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกมูลค่ามากกว่า 11,000 ล้านบาทต่อปี เป็นการนำเข้าจากประเทศไทย 2,900 ล้านบาทต่อปี  โดยเกือบครึ่งของมูลค่าการค้ากับไทยเป็นการค้าผ่านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งติดต่อกับชายแดนสหภาพเมียนมาร์  อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จึงเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนา มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง เติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 20 ต่อปี

สำหรับมูลค่าการค้าของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางการค้าชายแดนในระยะ 9 เดือน (มกราคม – กันยายน 2558) มีมูลค่า 738,909 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 โดยภาพรวมไทยได้ดุลการค้าชายแดนรวม 4 ประเทศ เป็นมูลค่า 126,519 ล้านบาท  ในส่วนของด่านแม่สอด เดือนมกราคม - กันยายน 2558 มีมูลค่าสินค้าส่งออกรวม 47,739 ล้านบาท และมูลค่าสินค้านำเข้ารวม 2,741 ล้านบาท

สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง ประกอบธุรกิจหลัก 3 ประเภท คือ ธุรกิจการลงทุนในหุ้นบริษัทต่าง ๆ ธุรกิจการให้เช่าและบริการ และ ธุรกิจสวนอุตสาหกรรม   ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของเครือสหพัฒน์ที่เป็นกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคและบริโภคชนิดต่าง ๆ รายใหญ่ของประเทศดำเนินการตั้งแต่ผลิตไปจนถึงขายปลีก ทั้งอาหารกึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคล เสื้อผ้า เครื่องสำอางรองเท้า มีบริษัทในเครือมากกว่า 200 บริษัท โดยแบ่งการลงทุนเป็น 3 สายธุรกิจหลัก คือ สายธุรกิจการผลิต สายธุรกิจจัดจำหน่าย และสายธุรกิจบริการและอื่น ๆ

พีทีที โกลบอล เคมิคอล  ผู้ผลิตปิโตรเคมีรายใหญ่ของประเทศไทย  ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจร (Integrated Petrochemical and Refining) เป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน    ด้วยกำลังการผลิต ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์รวม 8.75 ล้านตันต่อปี ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 บริษัทชั้นนำของโลกด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (DJSI) ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ติดต่อกัน 3 ปี (2556-2558) และยังเป็นบริษัทเดียวในภูมิภาคเอเชียที่ได้รับการจัดอันดับ         

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  หน่วยงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย มีเป้าหมายในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศในกลุ่ม AEC รวมทั้งการสนับสนุนผู้ประกอบการในการทำตลาดและการจำหน่ายสินค้าในประเทศและต่างประเทศ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการไทยให้เป็นสากลและยั่งยืน