PTTGC Enhances Operational Capacity, Gearing Towards A Fully-Integrated Upstream-Downstream Production Capability

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO)  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) – PTTGC เผยผลประกอบการ 2558 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 20,502 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 จากปีก่อน  เติมเต็มศักยภาพการดำเนินงาน ด้วยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากส่วนขยายของโครงการ MEG กำลังการผลิต 90,000 ตันต่อปี พร้อมขยายการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานในปี 2558 มีกำไรสุทธิ 20,502 ล้านบาท คิดเป็น 4.55 บาทต่อหุ้น  โดยมีรายได้จากการขาย  400,128 ล้านบาท Adjusted EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ร้อยละ 10 เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเลียมและอะโรเมติกส์ดีขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 อนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2558 ในอัตราหุ้นละ 2.80 บาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 61 ของกำไรสุทธิ

สำหรับภาพรวมการดำเนินงานในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัทฯ ปี 2558 สรุปดังนี้

  • กลุ่มปิโตรเลียม  ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบเพิ่มขึ้นมาก ตามความต้องการใช้ที่เพิ่มมากขึ้น โดยส่วนต่างราคาน้ำมันแก๊สโซลีนกับน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 และบริษัทฯ มีอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันที่ร้อยละ 100  
  • กลุ่มอะโรเมติกส์  ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้กับวัตถุดิบ คอนเดนเสทปรับตัวเพิ่มขึ้น บริษัทฯ มีการใช้กำลังการผลิต BTX อยู่ที่ร้อยละ 74 ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 81 จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผนงาน
  • กลุ่มโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง  ผลการดำเนินงาน ปรับตัวลดลงจากปีก่อน เป็นผลมาจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบ โดยราคาเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนปรับลดลงประมาณร้อยละ 20 บริษัทฯ มีอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงโอเลฟินส์รวมในปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 94 เพิ่มขึ้นจากปี 2557  

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงโรงงาน MEG ทำให้มีการเพิ่มกำลังการผลิตเอทิลีน ออกไซด์ (EO)  อีก 90,000 ตันต่อปี

โครงการลงทุนขยายศักยภาพการดำเนินงาน

โครงการ Map Ta Phut retrofit : ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของโรงงานที่มาบตาพุด  มีเป้าหมาย ดังนี้

  • สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบของโรงงานในกลุ่มบริษัท
  • ขยายและต่อยอดผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ (Downstream Products) ได้มากขึ้น
  • เพิ่มศักยภาพและความยืดหยุ่นในการผลิตและทางเลือกการใช้วัตถุดิบ

โครงการ PO/Polyols  :  การลงทุน Polyurethane ครบวงจร

  • ขยายธุรกิจขั้นปลายน้ำสู่กลุ่มอุตสาหกรรม Polyurethane ที่มีมูลค่าสูง
  • เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตลาดมีความต้องการมากขึ้น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์, อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องนอน, อุตสาหกรรมก่อสร้าง, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ไฟฟ้า

โครงการลงทุนในต่างประเทศ

  • โครงการ US Petrochemical Complex : ปัจจุบันศึกษารายละเอียดโครงการ และดำเนินการเจรจากับพันธมิตรที่มีศักยภาพทางการตลาด คาดว่าจะมีความชัดเจนในปลายปี 2559
  • โครงการขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย และ AEC :  ศึกษาโอกาสขยายการลงทุนในตลาดอินโดนีเซียและ กลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่  กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และ เวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง

ในปี 2558 PTTGC ยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และยังได้รับรางวัล Silver Class จาก DJSI สะท้อนการเป็นแบบอย่างที่ดีด้านความยั่งยืน คู่กับการขยายธุรกิจตลอดสายโซ่อุปทาน บริษัทฯ มุ่งพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้งทั้งการเติบโตที่ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งผลให้ PTTGC ได้รับการยอมรับจากสถาบันชั้นนำต่างๆ อาทิ Winner Petrochemicals of the Year 2015 จากสถาบัน Petroleum Economist ในฐานะบริษัทชั้นนำ ในอุตสาหกรรมพลังงานและ ปิโตรเคมีที่มีผลงานโดดเด่น และ ติดอันดับที่ 17 บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำของโลก  (ICIS 2015 Top 100 Global Chemical Companies)