PTTGC improves its efficiency with Value Creation Project Accelerates Growth and Increases Presence in AEC Market

นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO)  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) – PTTGC เผย ผลประกอบการ ไตรมาส 1/2559 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 4,707 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 4/2558 เนื่องจากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากส่วนขยายของโรงงานอะโรเมติกส์ พร้อมเติมเต็มศักยภาพด้วยโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ (Value Creation Project)

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2559 มีรายได้จากการขาย 80,764 ล้านบาท EBITDA 9,515 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,707 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเลียม และอะโรเมติกส์ ปรับตัวดีขึ้น โดยมีการใช้อัตราการผลิต (Utilization Rate) ในระดับสูงถึงร้อยละ 90   

PTTGC ได้เริ่มโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ (Value Creation Project) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เป้าหมาย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยมีแนวทางปฏิบัติ คือ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้  

สำหรับโครงการลงทุนธุรกิจปิโตรเคมีทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งขยายโครงการในกลุ่มธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญและกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ราคาผลิตภัณฑ์มีมูลค่าสูงและตอบสนองความต้องการของตลาดยุคใหม่ โครงการลงทุนสำคัญ  ประกอบด้วย

  • โครงการขยายกำลังการผลิต
    • โครงการ  ARO2:  กำลังการผลิตเพิ่ม 170,000 ตันต่อปี
    • โครงการ Phenol 2:  กำลังการผลิตเพิ่ม 405,000 ตันต่อปี
    • โครงการเวนคอเร็กซ์ ประเทศไทย: กำลังการผลิต HDI (Hexamethylene Diisocyanate: เฮกซาเมทิลีนไดไอโซไซยาเนต) 12,000 ตันต่อปี เป็นวัตถุดิบต้นทางในการผลิตอุปกรณ์รถยนต์ วัสดุก่อสร้าง
  • โครงการ Map Ta Phut Retrofit: ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของโรงงานที่มาบตาพุด 
    • สร้างโรงงานแนฟทาแครกเกอร์ ขนาดกำลังการผลิต
      • เอทิลีน 500,000 ตันต่อปี
      • โพรพิลีน 261,000 ตันต่อปี
    • คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี  2561
    • คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2563
  • โครงการ PO/Polyols:  การลงทุนโพลียูรีเทนครบวงจร
    • ขยายธุรกิจขั้นปลายน้ำสู่กลุ่มอุตสาหกรรม Polyurethane ที่มีมูลค่าสูง
    • เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตลาดกำลังมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์  อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องนอน อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรม  อีเล็กทรอนิกส์ และ อุปกรณ์ไฟฟ้า
    • คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2562
  • โครงการลงทุนในต่างประเทศ
  • โครงการ US Petrochemical Complex:
    ปัจจุบันศึกษารายละเอียดโครงการ และดำเนินการเจรจากับพันธมิตรที่มีศักยภาพทางการตลาด ทั้งนี้จะสรุปผลการลงทุนในต้นปี 2560 โดยตามแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2560 และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2564
  • โครงการขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย และ AEC:  ศึกษาโอกาสขยายการลงทุนในตลาดอินโดนีเซีย และ กลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่  กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และ เวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและความต้องการผลิตภัณฑ์เติบโตสูง โดยเฉพาะเมียนมาร์และเวียดนาม ที่มีอัตราความต้องการใช้พลาสติกค่อนข้างสูง โดย PTTGC พร้อมให้การสนับสนุนด้านวัตถุดิบ ให้คำปรึกษาและบริการด้านเทคนิค ให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมพลาสติกเข้าไปตั้งโรงงานและทำการตลาดในเมียนมาร์ และกลุ่มประเทศ CLMV

PTTGC ยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และยังได้รับรางวัล Silver Class จาก DJSI สะท้อนการเป็นแบบอย่างที่ดีด้านความยั่งยืน คู่กับการขยายธุรกิจตลอดสายโซ่อุปทาน บริษัทฯ มุ่งพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้งทั้งการเติบโตที่ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม