GC จับมือ เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับภาครัฐ จัดโครงการพักระยองอุ่นใจ รับฟรีความคุ้มครองโควิด-19 ท่องเที่ยวอย่างสบายใจในจังหวัดระยอง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา GC ได้เข้าช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ทั่วประเทศไทยโดยทันทีและดำเนินการอย่างต่อเนื่องด้วยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ป้องกัน PE Gown และอุปกรณ์ป้องกัน อาทิ เฟซชิลด์ (Face Shield) เจลแอลกอฮอล์ ฉากกั้นพลาสติกเพื่อลดการสัมผัสสร้างความปลอดภัย ฯลฯ รวมถึงการสนับสนุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับภาคธุรกิจประเภทการสั่งอาหารออนไลน์ (Food Delivery)

จากเหตุการณ์ล่าสุดที่ได้ส่งผลต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยว ทำให้ชะลอการเดินทางเข้ามาในจังหวัดระยอง ด้วยเหตุนี้ GC จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ และชาวบ้านจังหวัดระยองมีรายได้ โดยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณวริทธิ์ นามวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศ ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร คุณสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (MTL) พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคุณพงษ์อนันต์ จันทร์ไพร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง ร่วมแถลงข่าว “โครงการพักระยองอุ่นใจ รับฟรีความคุ้มครองโควิด-19” สนับสนุนการทำประกันกลุ่มสุขภาพโควิด-19 เชิญชวนท่องเที่ยวจังหวัดระยอง เตรียมพร้อมรับวันหยุดยาวปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ณ Synergy Hall, EnCo C เพื่อสร้างความมั่นใจด้วยการประกันความคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในจังหวัดระยอง หลังจากการเฝ้าระวัง ไม่พบผู้ติดเชื้อครบ 14 วัน ตามเกณฑ์ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำหรับ 50,000 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนและเข้าพักที่โรงแรม ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฏาคม 2563 ถึง 31 สิงหาคม 2563 โดยจะได้รับความคุ้มครอง 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มเข้าพักในโรงแรมวันแรก กรณีที่ผู้เอาประกันภัยตรวจพบเชื้อโควิด-19 และนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล จะได้รับความคุ้มครองเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท และคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 50,000 บาท (ทุกกรณี ยกเว้นการฆ่าตัวตายหรือการถูกฆาตกรรมโดยผู้รับผลประโยชน์)