ลงมือจริง วัดผลได้ วิถีของ GC

จากคราวที่แล้วที่เราได้เล่าถึงปรากฏการณ์เรือนกระจก ไปแล้วนั้น วันนี้เราจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ถึงสิ่งที่ GC มุ่งมั่นลงมือทำและสิ่งนั้นก็วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ในการช่วยให้โลกกลับคืนสู่สมดุลได้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งในประเด็นหลักที่ GC โฟกัส เพื่อสร้างความยั่งยืน ก็คือ การลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไปดูพร้อมกันนะ ..

ในปีที่ผ่านมา GC ดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงาน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในส่วนของกระบวนการผลิตและภายในสำนักงาน อาทิ โครงการลดการใช้พลังงานแลกเปลี่ยนความร้อนในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นการลดการใช้พลังงานไอน้ำ โดยการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างส่วนบนของหอกลั่นแยกกับเครื่องทำความร้อน (Reboiler) ที่หอกลั่นแยก กลับมาใช้ใหม่ตามหลักการ Heat Integration ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 19,910 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โครงการปรับปรุงโรงกลั่นนํ้ามันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนพลังงานในกระบวนการผลิต เป็นโครงการที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงกลั่นน้ำมัน ด้วยการนำพลังงานความร้อนที่สูญเสียไปในบรรยากาศกลับมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิต ส่งผลให้มีการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติที่เตาเผาและระบบผลิตไฟฟ้าและไอนํ้าลดลง โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 18,913 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี รวมถึง โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 2 เมกกะวัตต์ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 696 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นอกจากนี้ ล่าสุด GC ยังได้เข้าร่วมในโครงการนำร่องกับ TGO เพื่อศึกษาการใช้กลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) มาประยุกต์ใช้ภายใน GC ซึ่งจะทำให้เกิดการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน รวมถึง การใช้ต้นทุนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ

GC มุ่งมั่นและใส่ใจที่จะดูแลโลกใบนี้ให้ยั่งยืนและดีที่สุดในแบบฉบับของ GC เพราะเราตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงาน เพื่อให้คนไทยและอนาคตของรุ่นลูกหลานเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับตอนหน้าเรามาดูกันว่า แล้วความมุ่งมั่นพยายามของ GC สัมฤทธิ์ผลบ้างไหมนะ?