การประเมินมูลค่าความยั่งยืน

บริษัทฯ ก่อตั้งกลุ่มกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Chemical Business) ขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจเคมีสีเขียวยังตอบสนองความต้องการของสังคมด้านพลังงานที่สะอาดขึ้นและขับเคลื่อนไปสู่สังคมสีเขียวและนำไปสู่การส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ “เป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต (To be a Leading Global Chemical Company for Better Living)”

ตั้งแต่ปี 2560 บริษัทฯ ทำการวิเคราะห์เพื่อระบุและวัดผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยคำนวณจากผลกำไรและขาดทุนเป็นเชิงมูลค่าของกลุ่มธุรกิจเคมีสีเขียว สำหรับกรณีศึกษาเบื้องต้น บริษัทฯ ได้คัดเลือกและประยุกต์ วิธีการ หลักเกณฑ์ของต้นทุนทางสังคมและต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมกับ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC และบริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด หรือ PTTMCC เพื่อวัดค่าของผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสังคม

หลักเกณฑ์สำหรับการประเมินต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและต้นทุนทางสังคม

หลักเกณฑ์สำหรับการประเมินต้นทุนทางธรรมชาติและสังคมแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่

  1. การทำความเข้าใจ จำแนก และจัดลำดับความสำคัญมูลค่าด้านต้นทุนทางธรรมชาติและสังคมของธุรกิจ
  2. การจำแนกขอบเขตการประเมินมูลค่า
  3. การวัดผลและประเมินมูลค่า
  4. การประยุกต์ใช้ และการบูรณาการผลการประเมินมูลค่ากับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
คลิกเพื่อขยาย

ที่มา: Natural Capital Protocol

การวัดผลและประเมินผลกระทบสำหรับกลุ่มธุรกิจเคมีสีเขียวของ GC

กรณีศึกษาที่ 1 – บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)

Logo GGC

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ที่มีวิสัยทัศน์เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน

ผลิตภัณฑ์หลักของ GGC ได้แก่ เมทิลเอสเทอร์ (Methyl Ester) หรือ B100 แฟตตี้แอลกอฮอล์ (Fatty Alcohols) และกลีเซอรีน (Refined Glycerin) ที่ผลิตจากปาล์มน้ำมันดิบที่ได้มาจากชาวสวนปาล์ม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปลอดภัยต่อสุขภาพ

ผลกระทบจากปัจจัยนำเข้า ผลกระทบจากผลผลิต และผลกระทบภายนอกจากการดำเนินธุรกิจของ GGC ที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมสรุปไว้ดังนี้

คลิกเพื่อขยาย

ผลกระทบภายนอกด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ผลกระทบเชิงบวก 2 ข้อ และผลกระทบเชิงลบ 1 ข้อ ดังนี้

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการใช้ไบโอดีเซล ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ลดการกำจัดของเสียจากการรีไซเคิลทะลายปาล์มเปล่า (เช่น การใช้เพื่อการเกษตรกรรมของชุมชนท้องถิ่น)

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงลบ: น้ำใช้สำหรับชุมชนท้องถิ่นถูกจำกัด เนื่องจากการจัดสรรไปเพื่อการปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น

ผลกระทบภายนอกด้านสังคม ได้แก่ ผลกระทบเชิงบวก 3 ข้อ และผลกระทบเชิงลบ 1 ข้อ ดังนี้

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ทำให้คุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นให้ดีขึ้น ด้วยการเพิ่มรายได้จากการรีไซเคิลของเสีย (ทะลายปาล์มเปล่า) เพื่อการเกษตรกรรม

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ลดผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน อันเนื่องมาจากการใช้ไบโอดีเซล ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ทำให้คุณภาพชีวิตของชาวสวนปาล์มน้ำมันให้ดีขึ้น เช่น จากการเพิ่มรายได้จากการขายปาล์มน้ำมันเพื่อเป็นวัตถุดิบเริ่มต้นของกระบวนการผลิตเมทิลเอสเทอร์

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงลบ: ผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหาร เช่น น้ำมันปาล์มดิบเพื่อการบริโภค

ดังนั้น ค่าประเมินที่เกิดขึ้นจริงจากการประเมินมูลค่าความยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจของ GGC คือ 13,151 ล้านบาท ดังสรุปไว้ดังภาพด้านล่าง

คลิกเพื่อขยาย

กรณีศึกษาที่ 2 - บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด (PTTMCC)

Logo PTTMCC

บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด หรือ PTTMCC เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล จำกัด โดย PTTMCC เป็นบริษัทที่ผลิต Bio-based Polybutylene Succinate (BioPBSTM) ซึ่งเป็นพลาสติกชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ โดยผลิตจากกรดไบโอซักซินิก (Bio-Succinic Acid) ที่มีวัตถุดิบหลักมาจากน้ำตาล ซึ่งผลิตภัณฑ์ BioPBSTM ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้าน เช่น การเคลือบกระดาษ การผสม การผลิตบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

ผลกระทบจากปัจจัยนำเข้า ผลกระทบจากผลผลิต และผลกระทบภายนอกจากการดำเนินธุรกิจของ PTTMCC ที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมสรุปไว้ดังนี้

คลิกเพื่อขยาย

ผลกระทบภายนอกด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ผลกระทบเชิงบวก 3 ข้อ และผลกระทบเชิงลบ 1 ข้อ ดังนี้

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการใช้พลาสติกที่สามารถย่อยสลายทางชีวภาพ (BioPBSTM) ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ลดปริมาณของเสียพลาสติกที่ถูกกำจัดสู่สิ่งแวดล้อม เนื่องจาก BioPBS เป็นพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ลดปริมาณน้ำเสียโดยการรีไซเคิลกากน้ำตาลและชานอ้อย เพื่อผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงลบ: น้ำใช้สำหรับชุมชนท้องถิ่นถูกจำกัด เนื่องจากการจัดสรรไปเพื่อการปลูกอ้อยเพื่อผลิตน้ำตาลมากขึ้น

ผลกระทบภายนอกด้านสังคม ได้แก่ ผลกระทบเชิงบวก 2 ข้อ และผลกระทบเชิงลบ 1 ข้อ ดังนี้

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ลดผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน อันเนื่องมาจากการใช้พลาสติกที่สามารถย่อยสลายทางชีวภาพ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงบวก: ทำให้คุณภาพชีวิตของชาวอ้อยให้ดีขึ้น เช่น จากการเพิ่มรายได้จากการขายอ้อยเพื่อเป็นวัตถุดิบเริ่มต้นของกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ

Generic placeholder image

ผลกระทบเชิงลบ: ผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหาร เช่น ปริมาณน้ำตาลเพื่อใช้ในการบริโภค

ดังนั้น ค่าประเมินที่เกิดขึ้นจริงจากการประเมินมูลค่าความยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจของบริษัท PTTMCC คือ 1,479 ล้านบาท ดังสรุปไว้ดังภาพด้านล่าง

คลิกเพื่อขยาย
ข้อจำกัด:
  • การประเมินนี้เป็นโครงการศึกษานำร่อง ซึ่งไม่ใช่การศึกษาเต็มรูปแบบ
  • โครงการศึกษานำร่องนี้ ใช้ข้อมูลทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิ เพื่อเป็นตัวแทนและสมมติฐานในการคำนวณค่าผลกระทบภายนอกและค่าประเมินที่เกิดขึ้นจริง