การวิเคราะห์ความอ่อนไหว

การบริหารจัดการความเสี่ยงและวิกฤตที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนทางการเงิน และการดำเนินงานขององค์กรในระยะยาว สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้นำเครื่องมือการวิเคราะห์ความอ่อนไหว หรือ Sensitivity Analysis และเครื่องมือการทดสอบภาวะวิกฤต หรือ Stress Testing มาประยุกต์ใช้ เพื่อประเมินผลกระทบของความเสี่ยงภายใต้สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ (Possible Assumption) และวางแผนมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ผลการดำเนินงานทางด้านการเงินในระยะยาว

Click here to enlarge

บริษัทฯ ติดตามสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน และมีการจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ Sensitivity โดยพิจารณาปัจจัยภายนอกที่สำคัญ เช่น แนวโน้มที่สำคัญระดับโลกที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี แนวโน้มด้านอุตสาหกรรม/ การตลาด กฎระเบียบนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม และประเด็นที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจ เป็นต้น เพื่อระบุสถานการณ์และผลกระทบที่เป็นไปได้จากปัจจัยความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

บริษัทฯ จัดทำ Stress Testing โดยพิจารณาจากการจำลองสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญด้านการดำเนินธุรกิจและด้านการเงิน เช่น สงครามทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นในสินค้าบางประเภทในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ทำการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น ปัญหาในกลุ่ม OPEC สงครามการค้า และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมประเมินผลต่อผลกระทบต่อผลการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ได้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในปี 2020 และคาดการณ์ราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระยะยาว 5 ปี พร้อมทั้งจัดทำมาตรการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงได้รับการบริหารจัดการ และสามารถสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจได้

การบริหารจัดการน้ำ

Click here to enlarge

บริษัทฯ ทำการวิเคราะห์ Sensitivity กรณีภัยแล้งโดยพิจารณาจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักที่เป็นที่ตั้งโรงงานการผลิตของบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้จำลองสถานการณ์กรณีการขาดแคลนน้ำในการผลิตโดยพิจารณาจากสมมติฐานปริมาณน้ำฝน ปริมาณการใช้น้ำ และเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น การตั้งคณะทำงานเพื่อดูแล ติดตามสถานการณ์น้ำ ทบทวนการจำลองสถานการณ์กรณีการขาดแคลนน้ำในการผลิต และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ การลดปริมาณการใช้น้ำ การจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม เป็นต้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมหากเกิดวิกฤตภัยแล้ง โดยความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

การบริหารจัดการการปล่อบก๊าซเรือนกระจก

Click here to enlarge

บริษัทฯ ทำการวิเคราะห์ Sensitivity โดยพิจารณาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการลงทุนใหม่ๆ และ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานปัจจุบันเทียบกับเป้าหมาย เพื่อประเมิน Gap และนำไปกำหนดเป้าหมายในแต่ละกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ แนวทางการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมายในแต่ละกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ

โดยบริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การส่งเสริมโครงการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการพิจารณาการดำเนินงานที่เกี่ยวกับพลังงานทางเลือก รวมถึงเชื่อโยงสู่การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น

การวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขัน

Click here to enlarge

บริษัท วิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันโดยพิจารณาจากกราฟต้นทุน (Cost Curve) โดยพิจารณาจากสมมติฐานบนปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ราคาน้ำมันดิบ ผลกระทบจากเทคโนโลยีใหม่ เพื่อนำไปกำหนดกลยุทธ์เพื่อรักษาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

การประมาณการผลประกอบการด้วยแบบจำลอง Monte Carlo Simulation

Click here to enlarge

บริษัทฯ ใช้เทคนิค Monte Carlo Simulation ในการจัดทำแบบจำลองทางการเงินโดยพิจารณาปัจจัยด้านราคา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และการดำเนินงาน บริษัทฯ ทำการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของผลกำไรบนสมมติฐานของปัจจัยต่าง ๆ และจัดทำแผนและแนวทางเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น