วิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม

เป้าหมาย:

บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายด้านนวัตกรรม เพื่อให้มีผลงานวิจัยที่สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่และสร้างรายได้แก่บริษัทฯ ปีละ 59,000 ล้านบาท หรือประมาณ ร้อยละ 20 ของรายได้ปิโตรเคมีของบริษัทฯ ภายในปี 2567

วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม

ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี รวมถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคตามกระแสโลก ตลอดจนการแข่งขัน ทางธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ขยายตัวมากขึ้น ถือเป็นความท้าทายต่อ การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งการจัดการนวัตกรรมที่ดีถือเป็น หัวใจสำคัญ ที่จะสร้างโอกาสในการขยายและเป็นผู้นำธุรกิจด้านเคมีภัณฑ์ บริษัทฯ จึงได้กำหนดกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมให้ สอดคล้องกับทิศทางและแผนขับเคลื่อนขององค์กร โดยมุ่งเน้น การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองแนวโน้มความ ต้องการของผู้บริโภคและนักลงทุนในอนาคต

บริษัทฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ตลอดจนมีการร่วมมือหรือลงทุนกับองค์กรทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่มีความโดดเด่นด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การคิดค้น และการวิจัยด้านนวัตกรรม เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ล้ำสมัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังนำความรู้ที่ได้จากการร่วมมือมาพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าทางนวัตกรรมให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด

แผนการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน (Step Change)

บริษัทฯ มุ่งเน้นการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ต่อยอด หรือสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องของลูกค้าและรักษาฐานลูกค้าในตลาดหลักทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยเข้าสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Business: HVB) โดยบริษัทฯ กำหนดขอบเขตและเป้าหมาย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มีมูลค่าสูงขึ้น และตอบสนองความต้องการของลูกค้าปลายทาง (End-use market) ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดแผนงาน “B-to-B Touch C” เพื่อมุ่งเป้าหมายในการเสนอคุณค่าของผลิตภัณฑ์ฯ ให้เข้าถึงผู้บริโภค (C: Consumer) ผ่านการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ (B-to-B) กับลูกค้ากลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ (Converter) และ ลูกค้าที่เป็นเจ้าของตราสินค้า (Brand Owner) รวมถึงพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า เช่น ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น โดยแผนงาน B-to-B Touch C เป็นการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นปลาย ไปสู่การประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ (Application Platform) ที่ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้บริโภคได้สูงสุด (Touch C) โดยแผนงาน B-to-B Touch C แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูง แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่าง และแผนการสร้างความร่วมมือกับลูกค้าอุตสาหกรรมปลายทาง

  1. แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูง (Toward Performance Material & Chemical) โดยประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ (Product Application) อาทิ การเลือกใช้เม็ดพลาสติกที่มีสมรรถนะเหมาะกับการใช้งาน เพื่อเป็นส่วนประกอบในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีต้นทุนที่เหมาะสม และสามารถแข่งขันได้
  2. แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่าง (Product Differentiation) โดยการนำความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภค/ลูกค้าปลายทาง (Consumer Insight) และเสียงของลูกค้า (Voice of Customer) มาใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีคุณลักษณะพิเศษ แตกต่างจากผลิตถัณฑ์ของคู่แข่งและสามารถเพิ่มมูลค่าให้ผู้บริโภค รวมถึงตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภค (Solution) เช่น ถุงหายใจได้ที่เก็บผักได้นานขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนการสื่อสารทางการตลาดให้ “ผู้บริโภค” ได้รับรู้ถึงความแตกต่างในคุณลักษณะพิเศษดังกล่าวด้วยการติดตราสัญลักษณ์ GC Label บนสินค้าอุปโภคบริโภค
  3. แผนการสร้างความร่วมมือกับลูกค้าอุตสาหกรรมปลายทาง (Stakeholder Networking) ดำเนินการผ่านกลไกการสร้างเครือข่าย (Networking) ของ Key Account Management และ Customer Solution Center (CSC) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างนวัตกรรมของสินค้าและสร้างประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าที่เหนือกว่าระดับความคาดหวังของผู้บริโภคที่ได้รับจากสินค้าของคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน

ซึ่งแผนการดำเนินงานที่สำคัญ เพื่อใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนธุรกิจในปัจจุบัน (Business Transformation) สู่ HVB ตามแผนงาน B-to-B Touch C สามารถสรุปได้ดังนี้

  • Sandbox Project: เป็นการทำงานเพื่อให้เกิดการเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกันของแต่ละหน่วยงาน (Cross-Functional Collaboration) เพื่อส่งมอบงานให้เชื่อมต่อกัน (End-to-End) สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์และการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ในอนาคตให้มีประสิทธิผล (Execution Model)
  • Platform Management: บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการนำแนวทางจากการ Execution Model ที่ได้จาก Sandbox มาปรับปรุงและประยุกต์ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ในลักษณะ Application Platform ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และนำผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาได้ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ การวัดผลสัมฤทธิ์ของ Platform Management มาจากยอดขายผลิตภัณฑ์ และ Benefit from Shared Value ที่บริษัทฯ ได้รับจากความร่วมมือกับลูกค้าฯ เป็นต้น