พบกับคน PTTGC

วิโรจน์ สัมฤทธิ์เปี่ยม
วิศวกรสิ่งแวดล้อมอาวุโส
สิ่งแวดล้อมที่ดี ต้องอาศัยทุกความร่วมมือ
ร่วมแรง ร่วมใจของทุกคน

"สิ่งแวดล้อม หมายถึงธรรมชาติและสรรพสิ่งรอบตัวเรา สิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่สามารถดำเนินการได้คนเพียงคนเดียว หน่วยงานหรือองค์กรใดองค์กรเดียว แต่ต้องอาศัยทุกความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจจากทุกฝ่าย การที่ PTTGC ได้รับการรับรองจาก CDP (Carbon Disclosure Project) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ย่อมถือเป็นความสำเร็จของทุกคน และเป็นสิ่งสะท้อนผลลัพธ์จากความมุ่งมั่น การเห็นความสำคัญในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง รวมถึงมีความตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม หากย้อนกลับมาถามว่าทำไมผมถึงรักที่จะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม เคล็ด (ไม่) ลับคือ การไม่หยุดพัฒนาตัวเอง และมุ่งมั่นนำศักยภาพออกมาใช้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพื่อตัวเรา แต่เพื่อทุกคน เพื่อบ้านเรา เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี และความยั่งยืนขององค์กรเรา"

วิโรจน์ สัมฤทธิ์เปี่ยม
วิศวกรสิ่งแวดล้อมอาวุโส

ย้อนกลับไปปี 2550 ในตอนนั้นมีการลงนามความร่วมมือระหว่าง PTT CHEM (หรือ PTTGC ในปัจจุบัน)กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการศึกษาโครงการประสิทธิภาพนิเวศเศรษฐกิจ (ระยะที่ 1) เพื่อจัดทำดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพนิเวศเศรษฐกิจ โดยประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Performance) เช่น การใช้น้ำ การใช้พลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเกิดของเสีย เป็นต้น ควบคู่กับการประเมินสมรรถภาพด้านการเงิน (Financial Performance) ของโรงงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งผมได้มีโอกาสเข้ามาร่วมทำงานในฐานะนักศึกษาปริญญาโท ด้วยการเล็งเห็น และประทับใจที่องค์กรระดับประเทศมีความมุ่งมั่น และจริงใจในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังจึงได้สมัครงานและได้รับการบรรจุเป็นพนักงานในตำแหน่งวิศวกร หน่วยงานระบบคุณภาพ หลังจากนั้นก็ได้ย้ายมาอยู่หน่วยงานบริการสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ การสวมหมวกใบนี้ ทำให้ผมได้สานต่อ และมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม อาทิการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางในการปรับปรุงการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพและลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยบริษัทฯ ในเรื่องการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ด้านการตลาด ซึ่งถือว่าเป็นโครงการต้นแบบและต่อยอดการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมเชิงรุกของ PTTGC นั่นเอง

ส่วนตัวผมมี passion และเป็นคนชอบเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตนเอง จึงมีความตั้งใจที่จะนำความรู้ และประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่มี มาช่วยขับเคลื่อนและทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยได้มีส่วนร่วมในการวางกรอบ หรือ ยุทธศาสตร์ การจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงรุกของ PTTGC ซึ่งนำไปสู่การดำเนินงาน Environment 4.0 ได้แก่

  1. Environment 1.0 (Mandatory) เป็นการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมภาคบังคับ เช่น การปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ
  2. Environment 2.0 (Voluntary) เป็นการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมภาคสมัครใจ ที่ดีกว่ากฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ การเข้าร่วมโรงงาน Eco Factory และ Green Industry
  3. Environment 3.0 (Role Model) เป็นการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำ หรือ ต้นแบบ เช่น การเข้าร่วมประเมิน DJSI และ CDP
  4. Environment 4.0 (Sustainability) เป็นการสร้างและขยายเครือข่ายงานด้านสิ่งแวดล้อมสู่ผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งนำไปสู่ความยั่งยืน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานการผลิต

เมื่อกล่าวถึงรางวัล CDP หรือ Carbon Disclosure Project ที่ PTTGC ได้เข้าร่วมประเมินและได้รับการรับรองเป็นเวลา 5 ปีต่อเนื่อง ผมขอปูพื้นความเข้าใจเล็กน้อย เกี่ยวกับCDP ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนความใส่ใจและการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีองค์กรที่เข้าร่วมการประเมินมากกว่า 5,600 องค์กร องค์กรใดที่มีผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานของ CDP จะได้รับการยอมรับจาก DJSI อีกทางหนึ่ง ในส่วนของ PTTGC ได้เข้าร่วมประเมินในส่วนของ Climate change และ Water

ในปี 2556 ผม ทีมงานสิ่งแวดล้อม และทีมงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้ร่วมกันศึกษาข้อมูล กฎเกณฑ์การประเมินด้านสิ่งแวดล้อมของ CDP ซึ่งเป็นองค์กรต่างชาติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล องค์กรนี้ได้กำหนด เกณฑ์ และมาตรฐานเรื่องสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ทั้งในอเมริกา เอเชีย และยุโรป กอปรกับการที่ PTTGC มีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน และมีการดำเนินงานหลายอย่างที่เราทำดีกว่ามาตรฐาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทฯ ที่ได้เข้าร่วมการประเมินด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) เป็นปีแรก และเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่ PTTGC ได้รับการประเมินให้อยู่ในกลุ่ม Climate Disclosure Leader ที่เป็นเลิศและเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยในปี 2558 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมการประเมินด้านการบริหารจัดการน้ำ (Water) และได้รับการประเมินให้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีการบริหารจัดการน้ำที่เป็นเลิศและเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสเป็นปีที่ 2 ซึ่งการประเมินดีขึ้นจากปีที่แล้ว จากระดับ B เป็น A-

การขับเคลื่อน หรือการดำเนินงานที่ผ่านมา ต้องบอกว่าทั้งผู้บริหาร และพนักงานทุกท่านมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ซึ่งพนักงานบางท่านไม่ทราบว่าตัวเองมีส่วนช่วยอย่างไร ทำไมจึงได้รับรางวัล เพราะการปฏิบัติงานประจำวันของพนักงานทุกท่าน ทุกขั้นตอน เป็นสิ่งที่สะท้อนมายังผลลัพธ์ของการดำเนินงานที่ดี ตั้งแต่การกำหนดนโยบายที่ชัดเจนจากผู้บริหาร เช่น นโยบายการจัดการพลังงาน นโยบายบริหารจัดการความยั่งยืน นโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และความต่อเนื่องทางธุรกิจ หากพนักงานทุกท่านปฏิบัติงานด้วยความใจใส่ มุ่งมั่น และปฏิบัติงานด้วยความเป็นเลิศตามเป้าหมายและนโยบายที่กำหนด ก็ย่อมส่งให้เกิดผลการปฏิบัติงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง และเพียงแค่พนักงานทุกท่านใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว ร่วมมือประหยัดไฟฟ้า ประหยัดน้ำ ก็มีส่วนช่วยองค์กร จนนำไปสู่การรายงานและได้รับการประเมินให้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีความเป็นเลิศและเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ทั้งการประเมินด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) และการประเมินด้านการบริหารจัดการน้ำ (Water) และได้การยอมรับในระดับสากล

ท้ายนี้ ผมต้องขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุน และร่วมกันดำเนินงานจนองค์กรเราประสบความสำเร็จ ต้องขอบอกว่าผมโชคดีที่ได้ร่วมงานกับผู้บริหารที่เก่ง ทีมงานที่มีความสามารถ ต่างมุ่งมั่นในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ การทำงานที่สอดคล้อง ยึดหลักตาม 4 CORE BEHAVIORS ทำให้ทีมงานเรา กล้าคิด กล้าทำ สร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า พัฒนาการทำงานเป็นทีม เน้นทำงานเชิงรุก ตอบสนองลูกค้า และมองถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน