พบกับคน PTTGC

ดร.จิตติ์พร เครือเนตร
ผู้จัดการฝ่าย Corporate Innovation กับผลิตภัณฑ์
ถุงเพาะชำย่อยสลายที่ผสานเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ

"นักนวัตกร คือ ผู้คิดค้นพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์คุณค่าและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และจะส่งผลดียิ่งขึ้นหากสิ่งที่คิดค้นพัฒนา สามารถต่อยอดและสร้างผลเชิงบวกต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ซึ่งอยู่รอบตัวเรา มีผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และด้วยการตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงการเข้าใจและเห็นคุณค่าของการเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม"

ดร.จิตติ์พร เครือเนตร
Vice President
หน่วยงาน Corporate Innovation ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยี

ดร.จิตติ์พร สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาโทและปริญญาเอก ภาควิชาวัสดุศาสตร์ (วิทยาศาสตร์พอลิเมอร์และเทคโนโลยี) ศูนย์วัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร ในปี 2557 ได้ร่วมงานกับ PTTGC จนถึงปัจจุบัน

จากจุดเริ่มต้นของงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ ดร.จิตติ์พรกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของเธอในฐานะนักนวัตกรหรือผู้คิดค้นนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำไปสู่การคิดค้น "ผลิตภัณฑ์ถุงเพาะชำย่อยสลายที่ผสานเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ" เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สามารถใช้ทดแทนถุงดำเพาะชำที่ไม่สามารถย่อยสลายในสภาวะจริงทางธรรมชาติได้ โดยมีคุณสมบัติหลัก คือ สามารถกำหนดระยะเวลาของการย่อยสลายในดินได้ขณะเพาะชำและหลังการใช้งานแล้วส่วนที่เหลือของผลิตภัณฑ์ก็ยังสามารถถูกย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์ในดิน ภายใต้สภาวะปกติของดินบริเวณที่ใช้ในการเพาะชำ แล้วกลายเป็นธาตุอาหารหลักที่สำคัญที่มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของรากพืชผักสลัดต่อไป นอกจากนี้ คุณประโยชน์สำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ธรรมชาติได้รับจาก ผลิตภัณฑ์ถุงเพาะชำย่อยสลายที่ผสานเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ นี้ก็คือ การลดลงของอัตราการปลดปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่นำไปสู่ภาวะโลกร้อน

ผลิตภัณฑ์ถุงเพาะชำย่อยสลายที่ผสานเป็นหนึ่งกับธรรมชาติเป็นผลงานวิจัยของ PTTGC ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสามารถคว้ารางวัลประกาศเกียรติคุณผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2559 จากสภาวิจัยแห่งชาติ และรางวัล Thailand Green Design Awards 2015 ในสาขาผลงานที่ช่วยยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต (Product for Life Enhancement) จากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ดร.จิตติ์พร กล่าวว่า ในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ประการสำคัญอย่างแรกเลยนั้นต้องมีภาพสุดท้ายของผลิตภัณฑ์ว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นๆ ที่เราต้องการพัฒนามีประโยชน์อย่างไรและมีผลกระทบเชิงบวกอย่างไร ตรงกับความต้องการของผู้ใช้จริงหรือไม่ สำหรับผลิตภัณฑ์ถุงเพาะชำย่อยสลายที่ผสานเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดของการเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์การลดปริมาณขยะมลพิษหรือวัสดุเพื่อการเกษตรที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมทั้งขณะและหลังการใช้งานภายในพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวง ผนวกกับความพยายามที่จะพัฒนาพื้นที่ในมูลนิธิโครงการหลวงให้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่สอดคล้องกับแนวคิดของคำว่า "ดอยสะอาด" โดยพื้นที่การเกษตรของมูลนิธิโครงการหลวงนั้นอยู่บนพื้นที่สูงซึ่งเป็นแหล่งก่อกำเนิดของต้นน้ำลำธารในจังหวัดเชียงใหม่ หากแม่น้ำลำธารเกิดการปนเปื้อนของขยะมลพิษจะส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ จึงเป็นที่มาของการคิดคนผลิตภัณฑ์ "C-POWER 3 (C3) : Con-Cern Life Bag" ซึ่งเป็นวัสดุชีวภาพที่สามารถผสานเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์หลังการใช้งาน

"ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสกับสภาพแวดล้อมของการเพาะปลูกทางการเกษตรและลงสำรวจซ้ำๆ ในหลายช่วงฤดูเพาะปลูก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมจริง ความท้าทายประการหนึ่งของการพัฒนาโครงการนี้ คือ ต้องพัฒนาให้มีความเป็นนวัตชีวภาพที่เลียนแบบลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตทางธรรมชาติมากที่สุดเพื่อตอบโจทย์การผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติของผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร ซึ่งเราได้ตกผลึกจากการคิดค้น โดยพบว่า วัสดุนวัตชีวภาพเพาะชำที่เหมาะสมกับการนำไปประยุกต์ใช้กับการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิผลนั้นต้องมีคุณลักษณะเด่นเสมือนหรือเลียนแบบคุณลักษณะของพรรณไม้ เช่น ต้นสุพรรณิการ์ ที่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงและความรุนแรงทางธรรมชาติได้เป็นอย่างดีและสามารถปล่อยกลิ่นหอมเฉพาะเพื่อดึงดูดจุลินทรีย์ต่างๆ ที่มีอยู่ในดินบริเวณดังกล่าวให้เข้ามารวมตัวกันเป็นจำนวนมากจนสามารถย่อยสลาย "วัสดุนวัตชีวภาพเพาะชำ" ได้จนหมดและผสานเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติได้อย่างลงตัว"

"สิ่งสำคัญของงานวิจัย คือ ส่วนประกอบทั้งหมดต้องมีส่วนผสมที่เป็นชีวภาพที่มีต้นกำเนิดมาจากสารชีวภาพ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมทั้งระหว่างการใช้งานและหลังใช้งาน ต้องมีการลงพื้นที่เพื่อทำการทดสอบภาคสนามทุกฤดูของการปลูกที่แตกต่างกันที่มูลนิธิโครงการหลวง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทยอยเก็บเศษถุงวัสดุเพาะชำและดินบริเวณที่ปลูกมาวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง และนำไปปรับปรุงสูตรการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถผสานเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติในทุกมิติได้อย่างสมบูรณ์แบบ" ดร.จิตติ์พร เครือเนตร กล่าวทิ้งท้าย